
Release the Scar
หลุมสิวชนิด Rolling Scar และ Boxcar Scar มักมีพังผืดใต้ผิวดึงรั้งให้ผิวยุบตัว Micro Optical Fiber ช่วยให้แพทย์เข้าถึงตำแหน่งพังผืดและลดแรงดึงรั้งได้ตรงจุด

PROGRAM

EndoliftX®
สลายพังผืด กระตุ้นคอลลาเจน ให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นจากภายใน
หลุมสิวไม่ได้เป็นเพียงรอยบนผิว แต่หลายกรณีเกิดจากพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวยุบตัวเป็นหลุมและเกิดเงาบนใบหน้า
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการทาครีมหรือดูแลเฉพาะผิวด้านนอกจึงไม่เพียงพอสำหรับหลุมสิว โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการดึงรั้งของพังผืดใต้ผิว
EndoliftX® Acne Scar Remodeling คือโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการพังผืดของหลุมสิว พร้อมปรับโครงสร้างผิวผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญ
สลายพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และปรับพื้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น พร้อมช่วยให้หลุมสิวดูตื้นและกลมกลืนกับผิวโดยรอบมากขึ้น
WHAT IS IT?
Fiber
Micro Optical Fiber
Energy
1470 nm Diode Laser
Approach
Minimally Invasive
EndoliftX® Acne Scar Remodeling เป็นหัตถการแบบ Minimally Invasive โดยแพทย์จะสอด Micro Optical Fiber หรือเส้นใยนำแสงขนาดเล็กระดับเส้นผมเข้าไปใต้ผิว เพื่อเข้าถึงบริเวณพังผืดของหลุมสิวโดยตรง
พลังงาน 1470 nm Diode Laser ที่ส่งผ่านเส้นใยขนาดเล็ก ช่วยสลายพังผืดที่ดึงรั้งแผลเป็น กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซม และเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
เมื่อแรงดึงรั้งลดลง และมีการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น หลุมสิวจึงดูตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และโครงสร้างผิวพัฒนาดีขึ้นตามระยะเวลา
ความรุนแรงของสิวและลักษณะแผลเป็นเป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประเมิน เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

หลุมสิวชนิด Rolling Scar และ Boxcar Scar มักมีพังผืดใต้ผิวดึงรั้งให้ผิวยุบตัว Micro Optical Fiber ช่วยให้แพทย์เข้าถึงตำแหน่งพังผืดและลดแรงดึงรั้งได้ตรงจุด

ส่งพลังงานเลเซอร์ใต้ผิวหนังเพื่อตัดพังผืดได้อย่างแม่นยำ

กระตุ้นการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่จากภายใน ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพังผืดสลาย พื้นผิวดูเรียบเนียนขึ้น เงาของหลุมสิวลดลง และผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอขึ้น

หลังการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะออกแบบระดับพลังงานให้เหมาะกับหลุมสิวแต่ละชนิด เพื่อสลายพังผืด กระตุ้นคอลลาเจน และช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเหมาะสม
PROGRAM
เป็นหัตถการแบบไม่มีรอยเปิดผิวขนาดใหญ่ และใช้ยาชาเฉพาะที่
ผลลัพธ์การสลายตัวของพังผืดและกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
สามารถวางแผนร่วมกับยาและหัตถการอื่น เพื่อควบคุมสิว ดูแลหลุมสิว และวางแผนผลลัพธ์ในระยะยาว
แพทย์ออกแบบ วางแนวการรักษาให้เหมาะกับตำแหน่ง ความลึก และโครงสร้างของหลุมสิวแต่ละจุด
สามารถวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น เพื่อดูแลหลุมสิวหลายประเภทได้อย่างเหมาะสม
ก่อนรักษา แพทย์จะประเมินและแยกประเภทของหลุมสิวหรือแผลเป็น เพราะแต่ละชนิดมีลักษณะและแนวทางการรักษาเฉพาะตัว

Acne Scar Type
หลุมสิวที่มีขอบลาดและผิวดูเป็นคลื่น มักสัมพันธ์กับพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อ เหมาะกับการสลายพังผืดด้วยเทคนิค Laser-Assisted Subcision

Acne Scar Type
แผลเป็นที่มีพังผืดดึงรั้งใต้ผิว เช่น แผลจากการผ่าตัด การร้อยไหม หรือการดูดไขมันในอดีต ทำให้ผิวเป็นคลื่น บิดเบี้ยว หรือเห็นแนวแผลเป็นชัดเจน

Acne Scar Type
หลุมสิวที่มีขอบค่อนข้างชัด มีได้ทั้งแบบตื้นและลึก โดยเฉพาะหลุมที่มีพังผืดร่วมด้วย สามารถวางแผนสลายพังผืดและกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อช่วยให้หลุมดูตื้นขึ้น

Acne Scar Type
หลุมสิวลักษณะปากแคบ ลึก หรือคล้ายรูขุมขนกว้าง ไม่ใช่กลุ่มหลักที่เหมาะกับ EndoliftX® เพียงอย่างเดียว แพทย์จึงวางแผนร่วมกับ Prodeep® หรือเทคนิคเฉพาะอื่นตามโครงสร้างหลุมสิว

Acne Control First
ก่อนเริ่มฟื้นฟูหลุมสิว
EndoliftX® สามารถใช้ช่วยควบคุมสิวอักเสบได้ โดยพลังงาน 1470 nm Diode Laser ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเกิดสิว
จึงสามารถดูแลได้ทั้ง สิวอักเสบและแผลเป็นจากสิว พร้อมช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ควบคู่กัน
EndoliftX® ช่วยควบคุมสิวอักเสบ
ลดการทำงานของต่อมไขมัน และดูแลแผลเป็นจากสิวไปพร้อมกัน
แพทย์จะประเมินและวางแผนการรักษาร่วมกับยาและหัตถการอื่นให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยในเคสที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการพึ่งพายาบางกลุ่ม เช่น ยากรดวิตามินเอหรือยาปฏิชีวนะ
Treatment Flow
ประเมินสภาพผิวและประเภทของแผลเป็น
วางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหา
ดูแลด้วย EndoliftX® ตามแผนการรักษา
ติดตามผลและให้คำแนะนำหลังการรักษา

หลุมสิวเริ่มยกตัวขึ้นหลังพังผืดถูกสลาย แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย เพราะผิวยังอยู่ในช่วงปรับตัวหลังทำ
ช่วงแรกมีความตึงหรือระบมเฉพาะจุดตามตำแหน่งที่แก้ไขพังผืดและกระตุ้นคอลลาเจน โดยระดับการตอบสนองสัมพันธ์กับจำนวนหลุมและพื้นที่รักษาของแต่ละบุคคล
เมื่อผิวเริ่มเข้าที่ พื้นผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น และสังเกตการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นของหลุมสิวกับพื้นผิวได้ชัดเจน
ผิวเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ หลุมสิวดูตื้นขึ้น เงาบนผิวลดลง พื้นผิวดูเรียบเนียนขึ้น และสิวอักเสบเกิดน้อยลง
ควรติดตามผลตามโปรแกรมที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกแบบไว้ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการดูแลต่อเนื่องให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ระยะเวลาและระดับการเปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กับชนิดและความลึกของหลุมสิว ปริมาณพังผืด อายุของแผลเป็น คุณภาพผิว เทคนิคการรักษา และการดูแลหลังทำ
โดยทั่วไปทำประมาณ 1–2 ครั้ง โดยแพทย์จะติดตามผลในช่วง 3–6 เดือนแรก เพื่อประเมินการฟื้นฟูของคอลลาเจนและการเปลี่ยนแปลงของหลุมสิว
โดยทั่วไปต้องทำมากกว่า 2 ครั้ง หรือวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น โดยแต่ละครั้งจะเว้นระยะประมาณ 6 เดือนขึ้นไปถึง 1 ปี ตามการประเมินของแพทย์
จำนวนครั้งไม่ได้พิจารณาจากความลึกที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งชนิดของหลุม ปริมาณพังผืด และโครงสร้างผิวใต้หลุมร่วมกัน
ในช่วง 3–6 เดือนแรก เป็นช่วงสำคัญของการติดตามผล เพื่อประเมินการสร้างคอลลาเจน การตอบสนองของผิว และพิจารณาว่าจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่
เปรียบเทียบแนวทางการรักษาเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล


หัวใจของการรักษาหลุมสิว ไม่ใช่การใช้วิธีเดียวกับทุกจุด แต่คือการวิเคราะห์ให้แม่นยำว่าหลุมแต่ละตำแหน่งเกิดจากพังผืด การสูญเสียคอลลาเจน หรือควรใช้เทคนิคอื่นร่วมด้วย เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินชนิดของหลุมสิว ความลึกของพังผืด และสภาพผิว เพื่อออกแบบแนวการรักษาให้เหมาะกับหลุมสิวแต่ละตำแหน่ง
A: หลุมสิวแต่ละชนิดต้องใช้วิธีดูแลต่างกัน EndoliftX® เหมาะกับหลุมสิวที่มีพังผืดดึงรั้ง โดยเฉพาะ Rolling Scar และ Boxcar Scar ที่มีพังผืดร่วมด้วย สำหรับ Ice Pick Scar หรือ Boxcar Scar ที่มีความลึกมาก แพทย์จะประเมินและวางแผนร่วมกับหัตถการอื่นให้เหมาะกับลักษณะของหลุมสิวแต่ละจุด
A: ก่อนทำ แพทย์ทำยาชาเฉพาะจุดเพื่อให้สบายขึ้น ขณะทำจะรู้สึกถึงแรงดันหรือความตึงเฉพาะบริเวณในระดับที่ควบคุมได้
A: Ice Pick Scar เป็นหลุมสิวลักษณะปากแคบและลึก จึงต้องใช้แผนเฉพาะมากกว่า EndoliftX® เพียงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างของหลุมไม่เหมือน Rolling Scar ที่มีพังผืดดึงรั้งในแนวกว้าง แพทย์จะประเมินความลึกและลักษณะของหลุม และวางแผนร่วมกับ Prodeep® หรือเทคนิคเฉพาะอื่นเพื่อให้เหมาะกับหลุมสิวแต่ละประเภท
A: หลุมสิวสามารถดูยกตัวขึ้นได้ทันทีหลังพังผืดถูกคลาย แต่ผลที่เห็นในช่วงแรกยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย เพราะผิวยังอยู่ในช่วงปรับตัวหลังทำ หลังจากผิวเข้าที่ ผลลัพธ์จะพัฒนาต่อเนื่องตามกระบวนการสร้างคอลลาเจน
A: สำหรับหลุมสิวที่ไม่ลึกหรือมีพังผืดไม่มาก โดยทั่วไปวางแผน 1–2 ครั้ง ส่วนหลุมสิวที่ลึกหรือมีพังผืดหนา แพทย์จะวางแผนมากกว่า 2 ครั้ง หรือวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น แพทย์ติดตามผลในช่วง 3–6 เดือนแรก เพื่อประเมินการสร้างคอลลาเจนและการเปลี่ยนแปลงของหลุมสิว หากจำเป็นต้องทำซ้ำ จะเว้นระยะ 6 เดือนขึ้นไปถึง 1 ปี ตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
A: เมื่อโครงสร้างผิวและคอลลาเจนดีขึ้น รูขุมขนดูละเอียดขึ้นได้ โดย EndoliftX® เน้นปรับคุณภาพผิวให้ดูเรียบและแน่นขึ้น แพทย์ประเมินจากสภาพผิว ขนาดรูขุมขน และสาเหตุของรูขุมขนกว้างในแต่ละบุคคล
A: ได้ EndoliftX® สามารถใช้ช่วยควบคุมสิวอักเสบได้ โดยพลังงาน 1470 nm Diode Laser ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเกิดสิว จึงสามารถวางแผนดูแลทั้งสิวอักเสบและแผลเป็นจากสิวร่วมกันได้ โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและวางแผนร่วมกับยาและหัตถการอื่นให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
A: ช่วงแรกมีความตึงหรือระบมเฉพาะบริเวณที่รักษา และจะลดลงตามการฟื้นตัวของผิว ระยะเวลาฟื้นตัวสัมพันธ์กับจำนวนหลุม พื้นที่ที่รักษา เทคนิคการรักษา และการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล
A: การคลายพังผืดและการสร้างคอลลาเจนใหม่ช่วยปรับโครงสร้างของหลุมสิวให้ดีขึ้นในระยะยาว การควบคุมสิวและดูแลผิวอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาผลลัพธ์ และลดโอกาสเกิดรอยหรือหลุมสิวใหม่ในอนาคต
ELEVEN I CLINIC
ดูประสบการณ์จากผู้รับบริการจริง หรือพูดคุยกับทีมงานเพื่อวางแผนการรักษาและนัดหมายกับแพทย์